ตำนานคาโปเอร่า บวกด้วยใครว่ามันเล่นยาก มีที่สอนในเมืองไทยแล้วนะแถมถูกซะด้วย!!
posted on 20 Jan 2005 17:32 by kanachanวันนี้เด็กแร๊พเอาของมาฝากกันอีกแล้ว ถึงจะไม่แปลกใหม่อะไรแบบคราวก่อนๆแต่ก็รับรองว่าสนุกและน่าสนใจไม่แพ้กันแน่ๆ ในคราวนี้ผมจะมาพูดถึง คาโปเอร่า ที่เคยบอกไว้ว่าจะไปหาข้อมูลมาเขียนซึ่งก็หามาเขียนซะทีหลังจากอู้มานาน คาโปเอร่า เป็นอะไรที่หลายๆคนรู้จัก ผมไม่รู้ว่าจะเรียกมันว่า ศิลปะ วิชาป้องกันตัว วิชาฆ่าคน การเต้น รึอะไรดีเพราะมันเปนได้หลายอย่างมากขึ้นอยู่กับผู้ใช้ หลายๆคนคงจะรู้จักคาโปเอร่าจากเกมชื่อดังอย่าง Tekken รึ Bust A Move ซึ่งท่าที่เห็นในเกมนั่นก็ถือเป็นท่าที่ใช้ได้จริงทั้งสิ้น ลองมาดูประวัติศาสตร์ของคาโปเอร่าอย่างคร่าวๆสไตล์คานะกันก่อนเลยดีไหมครับ? : D พร้อมแล้วก็ไปกันเลยดีกว่า!
คาโปเอร่ามีจุดกำเนิดมาจากประเทศบราซิลแต่ผู้ที่คิดค้นมันขึ้นมานั้นกลับเป็นชาวแอฟริกันที่ถูกชาวโปรตุเกสจับตัวมาใช้งานเพาะปลูกแบบเยี่ยงทาส (จะว่าไปก็ทาสจริงๆนี่หว่า) พวกเค้าที่ต้องการอิสรภาพจึงได้หนีไปใช้ชีวิตบนยอดเขาได้บางส่วนและที่นี่เองที่ ศิลปะ วัฒนธรรม ต่างๆของหลายหมู่บ้านในแอฟริกาได้มาผสมผสานกันขึ้นมาเป็น คาโปเอร่า ซึ่งหลังจากนั้นบางส่วนก็ได้กลับไปลงไปสอนคาโปเอร่าให้กับคนที่ยังอยู่เป็นทาสของชาวโปรตุเกส ในวันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันหยุดของพวกเขา โดยบอกว่า คาโปเอร่า นั้นเป็นการเต้นแบบหนึ่งของชนเผ่าเพื่อที่จะไม่ให้ชาวโปรตุเกสรู้ว่าแท้จริงแล้วพวกเขาฝึกวิชาการต่อสู้ ซึ่งก็ไม่ยากอยู่แล้วกับการที่จะนำจังหวะดนตรีของพวกเค้ามาผสมผสานเข้ากับท่วงท่าต่างๆ ซึ่งนั่นก็ทำให้คาโปเอร่าเป็นวิชาการต่อสู้ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใครเลยทีเดียว
แต่ทว่าหลังจากที่มีการเลิกทาส ชาวแอฟริกันบางส่วนก็อพยพกลับสู่ภูมิลำเนาเดิมของตน บ้างก็ยังคงปักหลักอาศัยอยู่ในบราซิลต่อไป ซึ่งเมื่อพวกนี้ไม่มีงานให้ทำก็ทำให้บางส่วนกลายเป็นกลุ่มอันธพาลรึกลุ่มอิทธิพลไป และหากใครเก่งมากๆก็จะถูกจ้างวานโดยนักการเมือง ทำให้กลายเป็นมือสังหาร ( รึ Teen สังหาร ) ในคราบชุดสูทสีขาวที่น่ากลัว พวกนี้จะติดใบมีดไว้ที่เท้าและเล็งไปยังกระเดือกของคู่ต่อสู้ ซึ่งนั่นก็ทำให้คาโปเอร่ากลายเป็นวิชาที่อันตรายและเป็นสิ่งต้องห้ามไปในเวลาไม่นานพวกที่ฝ่าฝืนกฎจะถูกจับหากขัดขืนก็จะถูกยิงทิ้ง แถมตำรวจในสมัยนั้นก็ยังเป็นคาโปเอร่าอีกเช่นกัน(ตาต่อตา ฟันต่อฟัน) ทำให้ยุคนี้ถือเป็นยุคมืดของคาโปเอร่าไปเลยทีเดียวเวลาผ่านมาจนกระทั่งถึงช่วงที่บราซิลเกิดสงครามกับปารากวัย รัฐบาลของบราซิลได้จัดตั้งกลุ่ม ที่เรียกว่า Black Military ขึ้นมาซึ่งเป็นกลุ่มนักรบคาโปเอร่าที่มีฝีมือระดับสูงโดยส่งไปรบกับปารากวัยและได้รับชัยชนะกลับมา ซึ่งนั่นก็ทำให้คาโปเอร่ากลับมาได้รับการยกย่องอีกครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นในปี คศ 1932 ก็ได้มีการเปิดโรงเรียนสอนคาโปเอร่าแห่งแรกขึ้นมาเพราะมีนักการเมืองคนหนึ่งที่เล็งเห็นว่าคาโปเอร่านั้น สามารถที่จะเป็น ศิลปะ และกีฬา ที่ดีได้ จนกระทั่งคาโปเอร่าได้กลายเป็นที่รู้จักและแพร่ขยายชื่อเสียงไปทั่วโลกในเวลาปัจจุบัน
เกริ่นประวัติศาสมาซะเยิ่นยาวหลายๆคนคงอ้าปากหาวกันเป็นแถบๆแล้วละมั้งเนี่ย ^^; ลองมาดูท่าต่างๆของคาโปเอร่ากันดีกว่าครับ
เริ่มกันที่เบสิคเลยก็คือ
จังก้า ( ไม่ใช่ยืนจังก้านะ^^!! ) จังก้าเป็นท่าเบสิคพื้นฐานของคาโปเอร่าถ้าเปรียบกับวิชาอื่นๆก็คือการสเต็ปเท้านั่นเอง โดยที่ท่าเตะต่างๆหรือท่าไหนที่เป็นการยืนแล้วละก็จะมีพื้นฐานอยู่ที่ท่านี้เหมือนกันหมดเลยล่ะ
อาอู เป็นท่าเคลื่อนไหวที่กลับหัวกลับหางหรือลอยอยู่กลางอากาศ ต่างๆ
เนกาชิว่า จะเป็นท่าเคลื่อนไหวที่ร่างกายอยู่กับพื้นซึ่งจะเป็นท่าที่เราเห็นได้บ่อยๆ ท่านี้แหละที่ทำให้คาโปเอร่าเคลื่อนไหวได้รวดเร็วแม้จะนอนอยู่บนพื้นก็ตาม
และสุดท้ายสิ่งที่จะขาดไม่ได้เลยใน คาโปเอร่า นั้นก็คือดนตรีครับ คาโปเอร่านั้นโดยส่วนมากจะเล่นกันโดยยืนล้อมวงเป็นวงกลมและคนที่ยืนล้อมวงเป็นผู้เล่นดนตรีโดยอาจจะแค่ตบมือรึร้องเพลงนั่นก็ถือเป็นการร่วมวงได้แล้วล่ะ และดนตรีนั้นจะเป็นตัวกำหนดจังหวะของท่วงท่าของคาโปเอร่าอีกด้วย ถือว่าเป็นสิ่งที่คาโปเอร่าขาดไปไม่ได้เลยก็ว่าได้เครื่องดนตรีนั้นก็มีคร่าวๆ ดังนี้ครับ
บีริมเบาว์ (Berimbau)
พานเดโร่ (Pandeiro)
อาทาบัค (Atabaque)
อาโกโก้ (Agogo)
สังเกตได้ว่าส่วนใหญ่จะเน้นเครื่องดนตรีประกอบจังหวะครับ ซึ่งแน่นอนว่าเครื่องดนตรีเหล่านี้ก็มาจากเครื่องดนตรีของชาวแอฟริกันนั่นเอง สำหรับวิชาคาโปเอร่านี้ในตอนนี้ก็มีเปิดสอนในเมืองไทยในราคาที่ไม่แพงนักหากใครสนใจอยากลองก็ไปดูรายละเอียดได้ในเว็บที่สองนั่นนะครับจะมีรายละเอียดเวลาและสถานที่พร้อมราคาบอกไว้(ผมเองก็อยากไปเรียนอยู่เหมือนกันแฮะน่าสนุกดี >.< ) สำหรับคราวนี้ก็คงมีเพียงเท่านี้แหละครับงานเขียนเผาๆตามเคยสไตล์คานะ ที่เขียน 1 ชั่วโมงเสร็จอีกแล้วครับท่านฮ่าๆ ก็หวังว่าคงจะชอบกันนะครับและคราวหน้าจะหาอะไรแบบนี้มาเขียนให้ได้อ่านกันอีกครับผม : D
เครดิตที่มาข้อมูลต้องขอขอบคุณสองเว็บนี้มากครับ
http://www.wu-wien.ac.at/usr/h96b/h9650297/cap-basics.html#ginga
http://www.geocities.com/capoeirabkk/index.htm
แถมท้ายนิดนึง วันนี้ไปซื้อกล้องมาได้กล้องใช้แล้วเว้ยยยยย ไว้ว่างๆมีอารมลากเพื่อนไปตระเวนรอบเมืองหาที่เล่น Soap อัดเปนคลิบแล้วตัดต่อเปนเพลงดีกว่าฮ่าๆๆๆ XD
#1 By DreaMEternaL (61.91.109.206) on 2005-01-20 17:50